AI Policy6 กันยายน 2569·อ่าน 4 นาที·ไทย

ถอดวิธีคิด: แจก AI ฉบับเกาหลีใต้

รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศชื่อบริษัทที่ได้แจก AI ฟรีให้คนทั้งประเทศแล้ว

ถอดวิธีคิด: แจก AI ฉบับเกาหลีใต้

รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศชื่อบริษัทที่ได้แจก AI ฟรีให้คนทั้งประเทศแล้ว ได้แก่ SK Telecom, Kakao และ KT ดูเหมือนกับที่ประเทศไทยเพิ่งทำ แต่วิธีการจะคนละแบบกันครับ

เกาหลีใต้ลงทุนทำโมเดลของตัวเองมาก่อนในระยะที่ 1 แล้วค่อยหาบริษัทในประเทศมาให้บริการระยะ 2

[ ระยะที่ 1 : สร้างโมเดล ]

ก่อนมีโครงการแจก AI ชื่อ AI for All เกาหลีใช้เวลา 14 เดือน ไปกับโครงการต้นน้ำ Dok-Ja AI Foundation Model ทุ่มเงินให้บริษัทเกาหลีแข่งสร้างโมเดล AI ของตัวเองตั้งแต่ศูนย์ (From Scratch) แบบเก็บข้อมูลเอง เทรนเอง จะไปเอาโมเดลต่างชาติมาจูนต่อแล้วเคลมว่าเป็นของตัวเองไม่ได้เลย

เข้มงวดจน Naver Cloud เจ้าตลาดของประเทศยังตกรอบเลยครับ เพราะใช้ open-source encoder ของคนอื่นมาเป็นฐาน

ในโครงการระยะ 1 ลงทุนไปราว 4,800 ล้านบาท คัดจาก 15 ทีมเหลือ 5 ทีม วัดผลทุก 6 เดือน ใช้คะแนน 3 ส่วนคือ benchmark, ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ใช้จริง จนเหลือ 2-3 ทีม

จนปี 2568 เกาหลีมีโมเดลติดทำเนียบ Notable AI Models ของ Epoch AI 5 ตัว เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐและจีน (ตามรายงาน Stanford AI Index 2026) เลยครับ โหดมาก

[ ระยะที่ 2 : แจก AI จริงให้ประชาชน ]

จากผู้ยื่นแข่ง 6 ราย คัดเหลือผู้ชนะ 3 ราย คือ SK Telecom, Kakao และ KT แถมเงื่อนไขเฟสนี้ต้องห้ามผูกขาด ใน TOR กำหนดให้ต้องใช้โมเดลเกาหลีของตัวเองอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ และต้องใช้โมเดลเกาหลีของบริษัทคู่แข่งอีกอย่างน้อย 30 เปอร์เซ็นต์ !

ต่อให้เป็นผู้ชนะ คุณก็กินรวบเจ้าเดียวไม่ได้ ต้องแบ่งพื้นที่เลี้ยงบริษัทอื่นในระบบนิเวศเดียวกันไปด้วย

โดยในปี 2569 เกาหลีสนับสนุนเป็นการ์ดจอ GPU NVIDIA B200 จำนวน 512 ใบให้ก่อน ยังไม่ใช่เงินสด เพื่อให้บริการประชาชนช่วงทดลอง

ส่วนปีหน้าจะเสนออยู่ในร่างงบประมาณ 2570 อีกราว 5,600 ล้านบาท

[ การบริการจริง: เกาหลีวางไว้ 3 ชั้น ]

1. ชั้นแรก แชตบอตทั่วไป เหมือน ChatGPT เวอร์ชันเกาหลี ถามตอบได้ฟรีไม่จำกัด

2. ชั้นที่สอง Public AI Agent ซึ่งเป็นส่วนที่น่าสนใจที่มาก เดิมประชาชนจะต้องเข้าเว็บราชการกรอกฟอร์มเอง ก็สามารถสั่ง AI ให้ไปทำแทนได้เลย ซึ่งมันจะเชื่อมกับระบบ Government 24 และแอปยืนยันตัวตน ของเกาหลี ออกเอกสารราชการได้ 83 ประเภทผ่าน AI ตัวเดียว เช่น ใช้ข้อมูลสุขภาพช่วยจองโรงพยาบาล ร้านไหนไม่มีระบบออนไลน์ก็ให้ AI โทรจองแทน

3. ชั้นที่สาม Agent เฉพาะทางรายอาชีพ เช่น คนหางานจะได้ AI ที่ช่วยหาประกาศรับสมัครที่ตรงเงื่อนไข เตือนวันปิดรับ ช่วยเขียนใบสมัคร ส่วนเจ้าของร้านเล็กจะได้ AI ที่สรุปยอดขายต้นทุนภาษีและหาโครงการรัฐที่ร้านตัวเองมีสิทธิ์ นิยาม "AI เพื่อประชาชน" ของเขาจะแปลว่าเครื่องมือที่ลดขั้นตอนที่รัฐเคยบังคับให้ประชาชนทำเอง

รัฐบาลเกาหลีก็ถูกสื่อในประเทศตั้งคำถามเหมือนกันนะครับ ว่าไม่เปิดเผยคะแนนและลำดับของผู้เข้าประมูลแต่ละราย ทั้งที่เป็นโครงการที่เอา GPU สาธารณะไปให้ และตั้งคำถามตรง ๆ ว่าสมควรหรือไม่ที่จะยกทรัพยากรรัฐให้บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ที่รวยอยู่แล้ว

สรุป เกาหลีใช้เวลา 14 เดือนสร้างของก่อนแล้วค่อยแจก พร้อมนิยาม “AI ประชาชน” ว่าเป็นเครื่องมือลดภาระราชการ

ส่วนไทย เหมือนนิยามว่าเป็นเป็นสิทธิ์เข้าเรียนคอร์สเพื่อปลดล็อกโควตา (ซึ่งผมไม่ได้ขัดข้องอะไรเรื่องคอร์สเรียนเลยนะครับ ติดใจแค่ประเทศเรา น่าจะมองภาพใหญ่ของ 'ปัญญาประดิษฐ์ชาติ' มากกว่านี้ ไม่ใช่ By Project เกือบเสียส่วนต่างเป็นพันล้านบาทไปฟรี ๆ ถ้าไม่ออกตั้งข้อสังเกตกัน)

ถ้ามองในแง่ยุทธศาสตร์ระยะยาว ไทยกำลังเสียเปรียบตรงที่เงื่อนไขผูกให้เกิดการสร้างขีดความสามารถในประเทศน้อยมาก

แต่ถ้าพูดให้แฟร์ เอาไปเปรียบเทียบแบบตรง ๆ ก็ไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเกาหลีมีฐาน AI ในประเทศ (Naver, LG AI, SKT) ที่แข็งแรง พร้อมแข่งมาก่อนหลายปีอยู่แล้ว แถมงบประมาณก็ยังเทียบไม่ได้กับขนาดเศรษฐกิจและงบ R&D ของเขาที่ใหญ่กว่าไทยมาก การจะให้ไทยบังคับ "50%+30% ต้องเป็นโมเดลไทย" แบบเกาหลีตอนนี้เลย น่าจะทำไม่ได้ง่ายเท่าไหร่

ยังไงก็ตาม ไทยเรามี ThaiLLM, Pathumma LLM, Typhoon, WangchanX, OpenThaiGPT, thClaws, AI กฎหมายอย่างสี่มุมเมือง (4Corners) หรือ OpenThai 2.0 Legel ฯลฯ รอรัฐบาลผลักดันแบบเต็มกำลังอยู่นะครับ Dont Leave Them Alone!